FAQs about Quicktionary II
(Show All | Hide All)
คำถามทั่วไป
-
ปากกานี้สามารถอ่านออกเสียงคำศัพท์ที่เป็นชื่อเฉพาะได้หรือไม่?
คำตอบ: ในกรณีนี้ คำศัพท์ที่ถูกสแกนอย่างถูกต้องแล้ว จะไม่อ่านออกเสียงในทันที แต่จะปรากฏคำว่า Word Not Found ขึ้น เนื่องจากปากกากำลังทำการค้นหาคำศัพท์จากพจนานุกรม และใช้เวลาสักครู่จึงจะแสดงคำศัพท์บนหน้าจอ แม้ว่าปากกาไม่แสดงความหมายของคำศัพท์นั้นๆ ก็ตาม แต่ก็สามารถอ่านออกเสียงคำศัพท์นั้นได้ โดยผู้ใช้เพียงกดลูกศรทางด้านซ้าย ปากกาก็จะทำการอ่านออกเสียงคำศัพท์นั้นๆ
-
การตรวจสอบสถานะของแบตเตอรี่ทำได้อย่างไร?
คำตอบ: สิ่งสำคัญที่ท่านควรระลึกอยู่เสมอ เพื่อให้ปากกาอยู่ในสภาวะที่พร้อมใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ คือการคอยหมั่นตรวจสอบสถานะของแบตเตอรี่และทำการเปลี่ยนแบตเตอรี่เมื่อพลังงานหมด
ท่านสามารถทำการตรวจสอบ โดยเข้าไปที่ เมนูหลัก (Main Menu) หลังจากนั้นเลื่อนลูกศรลงไปที่เมนู Information กดปุ่ม ENT เพื่อเข้าไปเลือกฟังก์ชั่น Battery Statusแล้วกดปุ่ม ENT อีกครั้ง เครื่องจะทำการตรวจสอบสถานะของแบตเตอรี่ทันที
-
อายุการใช้งานของแบตเตอรี่จะอยู่ได้ยาวนานแค่ไหน?
คำตอบ: อายุการใช้งานของแบตเตอรี่นั้นขึ้นอยู่กับปริมาณความถี่ในการใช้งาน ผู้ใช้อาจจะเปิดเครื่องอยู่ตลอดเวลา หรือเปิดใช้เป็นบางครั้ง โดยที่ แบตเตอรี่ขนาด AAA จำนวน 2 ก้อน สามารถใช้กับการใช้งานตามมาตรฐานได้ประมาณ 1 เดือน ข้อมูลของท่านจะถูกทำการบันทึกบนหน่วยความจำแบบแฟลช (Flash Memory Card) ทั้งหมด ดังนั้นท่านจะไม่สูญเสียข้อมูลของท่านในกรณีที่แบตเตอรี่หมดกะทันหัน อย่างไรก็ตามท่านสามารถทำการตรวจสอบสถานะของแบตเตอรี่ได้ และเครื่องจะทำการเตือนเมื่อแบตเตอรี่ใกล้จะหมด
ในกรณีที่ท่านต้องการเลือกใช้แบตเตอรี่แบบชาร์จกระแสไฟฟ้าใหม่ได้ เราแนะนำให้ท่านเลือกใช้ 2 แบบ คือ Radio Shack NI-Cadm และ GP Ni-Me-Hydr
-
ปากกานี้สามารถปรับให้ใช้ได้กับผู้ใช้ที่ถนัดซ้ายหรือไม่?
คำตอบ: ได้ เพียงท่านเข้าไปที่ เมนูหลักของปากกา (Pen Main Menu) หลังจากนั้นเลื่อนลูกศรลงไปที่เมนู กำหนดความต้องการ (Preference) กดปุ่ม ENT เลื่อนลูกศรไปยัง Right/Left-handed กดปุ่ม ENT แล้วเลือก Left-handed กดปุ่ม ENT หลังจากนั้นกดปุ่ม ESC เพื่อกลับไปยังรายการหลัก
-
การรับรู้ตัวอักษรภาษาอังกฤษที่มีความถูกต้องแม่นยำ 97% นั้น หมายความว่าอย่างไร?
คำตอบ: ในการสแกนคำศัพท์ของ Quicktionary แต่ละครั้งนั้น สามารถรับรู้ตัวอักษรได้ที่ความถูกต้องประมาณร้อยละ 97 ขึ้นอยู่กับขนาดและรูปแบบของตัวอักษรที่ทำการสแกน หากท่านสแกนคำศัพท์ที่เรียงกันเป็นระเบียบ ประกอบด้วยตัวอักษรประเภทเดียวกัน ขนาดปกติ ลักษณะการเคลื่อนปากกาในระหว่างการสแกนเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่สะดุด ปากกาก็จะสามารถอ่านได้ถูกต้องแม่นยำถึง 97%
การที่ปากกาไม่สามารถอ่านได้ถูกต้องแม่นยำที่ 100% นั้น เนื่องจากคำศัพท์ที่ถูกสแกนบางคำอาจจะเลือนราง ไม่ชัดเจน หรือ ไม่ปะติดปะต่อกัน ในกรณีเช่นนี้ผู้ใช้สามารถทำการแก้ไขได้อย่างง่ายดายด้วยการใช้ Opticard หรือใช้ฟังก์ชั่น การแก้ไข (Editing) บนหน้าจอ หรือ การแก้ไขจาก ตัวตรวจการสะกด (Spell checker) ในเครื่องคอมพิวเตอร์
-
การรับประกันสินค้าจะครอบคลุมสิ่งใดบ้าง?
คำตอบ: การรับประกันสินค้าจะครอบคลุมอายุการรับประกัน 1 ปี นับจากวันที่ซื้อ ในกรณีต่อไปนี้
- กล่อง และ หัวสแกน (optical head) ที่ชำรุดที่ตัววัสดุหรือจากขั้นตอนการผลิต
- ชิ้นส่วนของปากกาที่เกิดการแตกหัก เช่น flash card, จอแสดงภาพ, ปุ่มควบคุม, serial cable อันทำให้ปากกาไม่สามารถสแกนตัวอักษรและแสดงผลได้
- การใช้งานที่ผิดวัตถุประสงค์หรือ ผิดประเภท หรือการจัดการกับเครื่องโดยผู้ที่ไม่มีอำนาจ จะทำให้การรับประกันนี้ไม่ครอบคลุม
-
ปากกาจะใช้เวลาเท่าไรในการหยุดการทำงานเอง?
คำตอบ: ปากกาจะหยุดทำงานเองภายในเวลา 60 วินาที หลังจากไม่ได้ถูกใช้งานหรือกดปุ่มใดๆ การที่ปากกาถูกตั้งให้หยุดการทำงานเองเมื่อไม่มีการใช้งานนี้เพื่อเป็นการรักษาอายุการใช้งานของปากกานั่นเอง
-
Opticard คืออะไร?
คำตอบ: Opticard จะอยู่ด้านหลังของกล่อง มีลักษณะเป็นแผงตัวอักษรคล้าย keyboard ซึ่งแต่ละอักษรจะถูกแทนด้วยแถบรหัส ในการใช้ Opticard นั้น เมื่อคุณสแกนแถบรหัสของตัวอักษรใด ปากกาก็จะอ่านและไปปรากฏยังที่หน้าจอ คุณสามารถใช้ Opticard เพื่อแก้ไขข้อความที่ถูกสแกนไปแล้ว หรือใช้การป้อนข้อมูลด้วยตัวคุณเองก็ได้
 Opticard
-
การตรวจสอบเวอร์ชั่นของปากกา ทำได้อย่างไร?
คำตอบ: ท่านสามารถตรวจสอบเวอร์ชั่นของปากการได้โดยเข้าไปสู่ เมนูหลัก (Main Menu) หลังจากนั้นเลื่อนลูกศรลงไปที่เมนู ข้อมูล (Information) กดปุ่ม ENT แล้วเลื่อนลูกศรลงไปที่ เกี่ยวกับ (About) กดปุ่ม ENT หน้าจอจะปรากฏ หมายเลข 2 หมายเลข เวอร์ชั่นทั่วไป (General Version) จะปรากฏในบรรทัดแรก ระบบปฏิบัติการ (Operating System: Pen OS v.) จะปรากฏหมายเลขในบรรทัดที่ 2 ซึ่งท่านสามารถอ้างถึงหมายเลขใน 2 บรรทัดนี้ได้เมื่อท่านติดต่อกับเจ้าหน้าที่ของทางบริษัทฯ
-
เราจะทราบหมายเลขเครื่องของปากกาได้อย่างไร?
คำตอบ: ท่านสามารถตรวจสอบหมายเลขเครื่องได้จาก
1. เปิดจากช่องใส่แบตเตอรี่ออกแล้ว มองหาดูจากข้างใต้ของที่ใส่แบตเตอรี่
2. โดยเข้าไปสู่ เมนูหลัก (Main Menu) หลังจากนั้นเลื่อนลูกศรลงไปที่เมนู ข้อมูล (Information) กดปุ่ม ENT แล้วเลื่อนลูกศรลงไปที่ เลขอนุกรม (Serial Number) กดปุ่ม ENT
คำถามเกี่ยวกับการสแกน
-
มีวิธีการสแกนคำศัพท์เพื่อให้ได้ผลที่ถูกต้องแม่นยำสูงสุดได้อย่างไร?
คำตอบ: การสแกนเพื่อให้ได้ผลที่ดีนั้น ผู้ใช้ควรจับปากกาด้วยวิธีที่ถูกต้อง ถือปากกาให้มั่น เหมือนการถือปากกาไฮไลท์ (ปากกาหัวตัดที่ใช้เพื่อเน้นข้อความ) โดยถือปากกาให้ทำมุมกับหน้ากระดาษ ระหว่าง 75-90 องศา ควรเริ่มลากลูกกลิ้งจากที่ระยะ 1 ซม.ก่อนตัวอักษรตัวแรก มิฉะนั้นตัวอักษร 2-3 ตัวแรกจะถูกตัดออก และปากกาจะไม่สามารถทำการค้นหาต่อไปได้ ผู้ใช้ควรรักษาการทำมุมของการจับปากกาให้สม่ำเสมอตลอดการสแกนทั้งบรรทัด และแน่ใจว่าได้จัดให้ข้อความอยู่ตรงกลางระหว่างลูกกลิ้ง ซึ่งข้อความจะอยู่ตรงเส้นกับคู่สีขาวพอดี นอกจากนั้นผู้ใช้ไม่ควรสแกนเร็วเกินไป การสแกนช้าๆด้วยความเร็วสม่ำเสมอจะให้ผลที่ดีที่สุด
อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรจะทดลองสแกนคำศัพท์เดิม โดยถือปากกาในมุมที่แตกต่างกันไป และลองสแกนจากซ้ายไปขวา ท่านจะพบว่าท่านสามารถจับปากกาเพื่อสแกนคำศัพท์อย่างได้ผลดีที่สุดภายในเวลาอันรวดเร็ว ข้อควรระวังอีกหนึ่งข้อคือ ท่านควรจะรอจนกระทั่งปากกาทำการอ่านข้อความในบรรทัดหนึ่งๆ ให้จบก่อน แล้วจึงเริ่มสแกนครั้งต่อไป ถ้าท่านกระโดดไปสแกนบรรทัดต่อไปในทันที จะทำให้ประสิทธิภาพในการแสดงผลไม่ดีเท่าที่ควร
ท่านควรจะตรวจเช็คให้ดีว่าท่านไม่เผลอเปิดใช้งานรูปแบบ Inverse Mode ซึ่งท่านอาจสังเกตได้จากหน้าจอ ถ้ามีตัวอักษร A ปรากฏอยู่ทางด้านขวาของข้อความ สแกนจากภาษาอังกฤษ (Scan in English) นั้น หมายความว่า Inverse Mode กำลังทำงานอยู่ ท่านสามารถปิดใช้งานด้วยวิธีต่อไปนี้
- เมื่อเปิดเครื่อง คำว่า Ready to Scan จะปรากฏบนหน้าจอ
- กดปุ่ม ESC
- เลื่อนลูกศรลงมาที่คำว่า กำหนดความต้องการ (Preferences)
- กดปุ่ม ENT
- เลื่อนลูกศรลงมาที่ สีตรงข้าม (Inverse) ซึ่งจะมีเครื่องหมาย ? แสดงอยู่ข้างหน้า ให้ท่านกด ENT แล้วเครื่องหมาย? จะหายไป
- กดปุ่ม ESC เพื่อกลับไปสู่การใช้งานสแกน ตัวอักษร A จะหายไปจากหน้าจอ
-
มีข้อจำกัดใดๆ ในการสแกนคำศัพท์หรือไม่?
คำตอบ: 1) ท่านสามารถสแกนข้อความที่เป็นตัวพิมพ์ที่ขนาด 6-22 จุด (สูงไม่เกิน 8 มม.) ไม่
จำกัดลักษณะรูปแบบของตัวอักษร โดยสีของข้อความจะต้องเป็นคนละสีกับพื้นหลัง ยกเว้นตัวอักษรสีแดงบนพื้นสีขาว หรือตัวอักษรสีขาวบนพื้นสีแดง และตัวอักษรสีน้ำ-เงินบนพื้นสีดำ หรือตัวอักษรสีดำบนพื้นสีน้ำเงิน
2) ปากกาไม่สามารถทำการอ่านข้อความที่เป็นตัวอักษรแบบลายมือเขียน ตัวอักษรแบบตวัด เครื่องหมายต่างๆ ทางคณิตศาสตร์ หรือเครื่องหมายอื่นๆ สำหรับการใช้ในวิชาชีพเฉพาะต่างๆ นอกจากนั้น ปากกายังสามารถอ่านเครื่องหมายวรรคตอนได้ด้วย เช่น เครื่องหมายจุลภาค เครื่องหมายวงเล็บ เครื่องหมายยัติภังค์ (-) เป็นต้น การเลือกใช้รูปแบบ ปากกาจะเว้นที่ว่างไว้ตอนท้ายของแต่ละบรรทัด ดังนั้นคุณจึงสามารถสแกนได้อย่างต่อเนื่อง
-
ปากกาสามารถอ่านข้อความที่เป็นลายมือเขียนได้หรือไม่?
คำตอบ: ปากกานี้ไม่สามารถอ่านข้อความที่เป็นลายมือเขียนได้ นอกจากท่านจะเขียนตัวบรรจงมากๆ ทั้งนี้ถ้าท่านต้องการให้ปากกาแสดงความหมายของคำที่ไม่อาจสแกนเข้าไปได้ ขอแนะนำให้ท่าน input ข้อมูลจาก Opticard หรือ Edit Mode
-
ปากกานี้สามารถสแกนข้อความจากไมโครฟิล์ม ไมโครฟิช และหน้าจอคอมพิวเตอร์
หรือไม่?
คำตอบ: ปากกานี้ไม่สามารถสแกนข้อความจากไมโครฟิล์ม ไมโครฟิช และหน้าจอคอมพิวเตอร์ เนื่องจากแสงสะท้อนจากพื้นหลัง อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนี้ยังไม่มีปากกาใดที่มีความสามารถในการสแกนข้อความจากไมโครฟิล์ม ไมโครฟิช และหน้าจอคอมพิวเตอร์
-
วิธีการสแกนคำศัพท์ที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ (-) คั่นระหว่างคำ ทำได้อย่างไร?
คำตอบ: เมื่อหน้าจอแสดงคำว่า Scan in [language] กดปุ่ม ENT เพื่อเข้าสู่โหมดการแก้ไข เส้นแถบสีดำจะหายไป ให้ท่านเริ่มสแกนจากคำที่อยู่ก่อนเครื่องหมาย (-) จนถึงเครื่องหมาย (-) แล้วจึงสแกนคำที่อยู่หลังเครื่องหมาย (-) หลังจากนั้นจึงเลื่อนลูกศรลงไปที่ GO แล้วกด ENT หน้าจอจะปรากฏความหมายของคำศัพท์ขึ้น
-
ปากกานี้สามารถสแกนข้อความได้ครั้งละกี่บรรทัด?
คำตอบ: ปากกานี้สามารถสแกนข้อความได้ครั้งละ 1 บรรทัด ในกรณีที่ท่านต้องการสแกนหนังสือทั้งเล่ม เราขอแนะนำให้ท่านใช้สแกนเนอร์ทั่วไปเพื่อช่วยในการสแกน หน้าจอของปากกาสามารถแสดงข้อความได้ครั้งละ 2 บรรทัด นอกจากนั้นท่านยังสามารถเลือกแก้ไขข้อความบนหน้าจอได้ 3 วิธี คือ 1) ใช้ Quick erase-rescan 2) ใช้ Character Bar 3) ใช้ Opticard ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสะดวกของท่าน
-
มือของเราจะต้องนิ่งมากเท่าใดในการสแกนข้อความที่เป็นบรรทัดตรงๆ และโปรแกรมจะมีการอ่านชดเชยข้อความที่สแกนสะดุดเล็กๆ น้อยๆ ให้หรือไม่?
คำตอบ: แน่นอน ปากกาจะมีการอ่านชดเชยให้ ดังนั้นท่านจึงไม่จำเป็นต้องเกร็งมือในการจับปากกาสแกนมากนัก อย่างไรก็ตามยิ่งท่านสามารถสแกนได้อย่างราบรื่นมากเท่าใด ผลของการสแกนก็จะดีมากขึ้นไปด้วย
ปากกานี้เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ไม่สามารถกดแป้นพิมพ์ได้สะดวก เช่น ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสายตา ผู้ที่ไม่มีความชำนาญในการใช้แป้นพิมพ์ แต่จะให้ผลที่ไม่ดีนักกับผู้ใช้ที่มีอาการมือสั่นมาก ทั้งนี้การฝึกใช้ปากกาบ่อยๆ ก็จะทำให้ท่านคุ้นเคยและได้ผลการสแกนที่ดีขึ้น
-
ปากกานี้สามารถสแกนข้อความตัวอักษรประเภทใดได้บ้าง?
คำตอบ: ปากกาสามารถสแกนข้อความที่เป็นตัวพิมพ์ขนาด 6-22 จุด (ตัวอย่างของอักษรขนาด 22 จุดนั้น จะอยู่ที่ความสูงประมาณ 0.5 นิ้ว) ปากกาจะใช้ได้ผลดีถ้าสีของตัวอักษรและพื้นหลังตัดกันอย่างชัดเจน เช่น ตัวอักษรสีดำหรือสีน้ำเงินบนพื้นกระดาษสีขาว ตัวอักษรสีแดงบนพื้นกระดาษสีเหลือง หรือตัวอักษรสีแดงบนพื้นกระดาษสีดำ
นอกจากนั้นปากกายังสามารถสแกนตัวอักษรแบบหนา ตัวเอน ขีดเส้นใต้ หรือตัวอักษรกลับหัว
การใช้ปากกาสแกนข้อความบนกระดาษที่มีความมันมาก หรือเอกสารที่เคลือบพลาสติก ท่านควรจะถือปากกาให้อยู่ในแนวตั้งมากกว่าปกติ เพื่อลดแสงวูบวาบที่เกิดจากความมันบนหน้ากระดาษ นอกจากนั้นท่านควรจะตรวจสอบให้ลูกกลิ้งของปากกาทาบติดอยู่กับเอกสารที่ท่านสแกนด้วย เพื่อให้ปากกาสแกนข้อมูลได้อย่างถูกต้องแม่นยำ และถ้าพื้นของเอกสารที่สแกนเป็นรูปภาพหรือข้อความนั้นๆ เลือนราง ไม่ชัดเจน ก็จะทำให้ผลของ
การสแกนไม่ดีเท่าที่ควร
คำถามเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมต่างๆ ของปากกา (Operating the pen)
-
วิธีการปิดการทำงานโหมด สีตรงข้าม (Inverse) ทำอย่างไร?
คำตอบ: โปรแกรมพิเศษ สีตรงข้าม (Inverse) นั้น เหมาะสำหรับใช้งานสแกนข้อความตัวอักษรที่เป็นสีสว่างหรือจาง บนพื้นสีดำหรือสีเข้มโดยเฉพาะ
วิธีเปิด/ ปิด โปรแกรม Inverse ทำได้ดังนี้
สำหรับผู้ใช้ Quicktionary II
- กดปุ่ม ESC จากหน้าจอที่เตรียมพร้อมสแกน
- เลื่อนลูกศรลงมาที่ กำหนดความต้องการ (Preferences ) แล้วกด ENT
- กดปุ่ม ENT เพื่อเลือก ON สำหรับเปิดใช้งาน หรือ เลือก OFF สำหรับปิดการใช้งาน (เมื่อโปรแกรมกำลังทำงานจะมีเครื่องหมาย ? แสดงอยู่ข้างหน้า)
-
วิธีการปรับตั้งเวลาหยุดการทำงานอัตโนมัติของปากกาทำได้อย่างไร?
คำตอบ: จากเมนูหลัก (Main Menu) ให้ท่านเลื่อนลูกศรไปยัง กำหนดความต้องการ (Preferences ) Preferences แล้วกด ENT หลังจากนั้น เลื่อนลูกศรไปที่ เวลาปิดอัตโนมัติ (Auto Shut-Off Time) แล้วกด ENT เพื่อปรับตั้งเวลาใหม่ โดยใช้ลูกศรเลื่อนขึ้นลง แล้วกด ENT อีกครั้ง
-
เราสามารถเปิดหาคำศัพท์ที่เคยทำการค้นหาไปแล้วหรือไม่ ?
คำตอบ: จากหน้าจอที่เตรียมพร้อมสแกน ให้ท่านกดปุ่ม ESC หลังจากนั้นเลื่อนลูกศรลงไปที่ ประวัติใช้งาน (History) แล้วกด ENT รายการคำศัพท์ 80 คำสุดท้ายจะปรากฏขึ้นทางหน้าจอ ท่านสามารถเลื่อนลูกศรขึ้นลง เพื่อค้นหาคำศัพท์ที่ท่านต้องการ แล้วกด ENT เพื่อดูความหมายของคำศัพท์นั้นๆ
-
ถ้าหากเราต้องการฟังเสียงคำอ่านคำศัพท์ที่สแกน จะทำได้หรือไม่ อย่างไร?
คำตอบ: หากปากกาของท่านมีฟังก์ชั่นอ่านออกเสียงได้ ท่านต้องเปิดใช้งาน พูดอัตโนมัติ (Auto-speak) จึงจะฟังเสียงคำอ่านของคำศัพท์นั้นได้ และเมื่อท่านสแกนข้อความแล้ว คำศัพท์ที่มีแถบดำขีดอยู่ (Highlighted) จะถูกอ่านออกเสียงทันที หากท่านต้องการฟังซ้ำอีกครั้ง ท่านเพียงแต่กดปุ่ม ENT
และหากท่านต้องการฟังเสียงคำอ่านของข้อความทั้งบรรทัด ท่านเพียงกดลูกศรทางด้านซ้าย (ชี้ไปทางปุ่มเปิดเครื่อง) ไปจนพบสัญลักษณ์เสียง (voice icon) แล้วกดปุ่ม ENT
*** หมายเหตุ เฉพาะพจนานุกรมที่สแกนจากภาษาอังกฤษเท่านั้น จึงจะมีทางเลือกให้ฟังเสียงคำอ่านของข้อความที่สแกนได้
-
รายการคำศัพท์ (Word list) ใน Quicktionary นั้นใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด และมีวิธีใช้อย่างไร?
คำตอบ: สัญลักษณ์ของ Word list จะแสดงอยู่ทางด้านขวาของ คำหลัก (headword) เมื่อคำศัพท์บางคำที่มีแถบดำขีดอยู่นั้นมีความหมายค่อนข้างกำกวม สัญลักษณ์นี้จะปรากฏขึ้นเพื่อแสดงว่าท่านสามารถเลือกใช้พจนานุกรมอื่นๆ บนหน้าจอ พจนานุกรม ดังในกรณีต่อไปนี้
1) คำศัพท์ที่สแกนมีความเกี่ยวพันกับพจนานุกรมมากกว่า 1 ฉบับ ตัวอย่างเช่น ถ้าท่านสแกนคำว่า running ท่านสามารถเลือกใช้ระหว่างคำว่า run ซึ่งทำหน้าที่เป็นคำกริยาและคำนาม หรือท่านอาจเลือกใช้คำว่า running ซึ่งทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์และคำนาม เป็นต้น
2) ข้อความที่สแกน ไม่สมบูรณ์หรือไม่ชัดเจน ท่านจะได้รับทางเลือกจากรายการคำศัพท์ที่มีตัวสะกดใกล้เคียงกับคำศัพท์ที่สแกน
3) คำศัพท์ที่สแกนมีความเกี่ยวพันกับพจนานุกรมมากกว่า 2 ฉบับขึ้นไป จะถูกแบ่งแยกด้วยความหมาย เช่น คำว่า bear ซึ่งทำหน้าที่เป็นคำนาม จะมีความหมายว่า หมี หรือ คนหยาบคาย แต่ bear ที่ทำหน้าที่เป็นคำกริยา จะมีความหมายว่า แบกรับภาระ หรือ อดทน เป็นต้น
วิธีการใช้ Word list:
1. จากหน้าจอ พจนานุกรม ให้กด ESC รายการคำศัพท์ของคำศัพท์ที่ถูกสแกนจะปรากฏขึ้น
2. เลื่อนลูกศรไปยังคำศัพท์ที่คุณต้องการ แล้วกดปุ่ม ENT ความหายของคำศัพท์จะปรากฏขึ้นที่หน้าจอทันที
3. หากท่านต้องการกลับไปสู่รายการคำศัพท์ อีกครั้ง ให้กดปุ่ม ESC
4. หากท่านไม่ได้ทำการเลือกใช้คำศัพท์ใดๆ และต้องการออกจากรายการของคำศัพท์
ก็ให้ท่านกดปุ่ม ESC เช่นกัน
-
เหตุใดปากกาจึงหยุดทำงานได้เองโดยอัตโนมัติ เมื่อไม่ได้รับการใช้งาน?
คำตอบ: ปากกาจะถูกตั้งเวลาให้หยุดทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อไม่ได้รับการใช้งาน เพื่อเป็นการรักษาแบตเตอรี่และสภาพการใช้งานของปากกา ซึ่งผู้ใช้สามารถปรับตั้งเวลาหยุดทำงานโดยอัตโนมัติของปากกาได้ตามต้องการ โดยเข้าไปที่ เมนูหลัก เลือก Preferences แล้วทำการตั้งเวลาที่โปรแกรม Auto-Shut Off Time
คำถามเกี่ยวกับภาษา และพจนานุกรม
-
ปากกานี้สามารถแปลความหมายของข้อความทั้งประโยคหรือไม่?
คำตอบ: ปากกานี้สามารถใช้แปลความหมายของคำศัพท์แบบคำต่อคำเท่านั้น ก่อนที่ท่านจะเริ่มสแกน ขอให้ท่านตรวจสอบว่ามีเส้นแถบสีดำขีดอยู่ใต้คำว่า Scan in [language]หรือไม่ ถ้าไม่มี ให้ท่านกดปุ่ม ESC จนกระทั่งเส้นสีดำปรากฏขึ้น เมื่อท่านสแกนข้อความทั้งประโยค ท่านสามารถใช้ลูกศรทางด้านขวาเลื่อนไปดูความหมายของคำศัพท์แต่ละคำ ในประโยคนั้นๆ ได้ตามลำดับ และท่านสามารถย้อนกลับไปดูความหมายของคำศัพท์ก่อนหน้า ได้โดยการใช้ลูกศรทางด้านซ้ายเลื่อนกลับไปได้ ส่วนการไล่ดูความหมายต่อไปจนจบ ก็เพียงใช้ลูกศรเลื่อนลงเท่านั้น นอกจากนี้ ท่านไม่จำเป็นต้องปิดเครื่องแล้วเปิดอีกครั้ง เมื่อท่านต้องการหาคำศัพท์ต่อ ท่านเพียงแต่กลับไปสู่หน้าจอการใช้งานสแกน แล้วสแกนต่อได้เลย
คำถามเกี่ยวกับการแก้ไขข้อมูล และการส่งข้อมูล
-
วิธีการเข้าสู่โหมดการแก้ไขข้อมูลทำได้อย่างไร?
คำตอบ:
สำหรับผู้ใช้ Quicktionary II/ Reading Pen:
- กดปุ่ม ENT จากหน้าจอสำหรับป้อนข้อมูล จะมีคำว่า Scan in [language] แสดงอยู่บนหน้าจอ และตัวชี้คำกะพริบถี่ๆ ปรากฏอยู่แทนเส้นสีดำ
-
การใช้งาน อ็อพติการ์ด (Opticard) ทำได้อย่างไร?
คำตอบ: ในการใช้งานอ็อพติการ์ดนั้น ท่านต้องเข้าไปที่โหมดการแก้ไข (Edit) หรือ โหมดสำหรับการสแกน (Scan Only) ก่อนทุกครั้ง
สำหรับผู้ใช้ Quicktionary II:
- การเข้าไปที่โหมดการแก้ไข (Edit) ให้ท่านกดปุ่ม ENT จากหน้าจอสำหรับป้อนข้อมูล ซึ่งมีคำว่า Scan in [language] แสดงอยู่บนหน้าจอ และตัวชี้คำกะพริบถี่ๆ ปรากฏอยู่แทนเส้นสีดำ
- ถือกล่องใส่ปากกาให้อยู่ในแนวนอน โดยพลิกด้านที่มีอ็อพติการ์ดขึ้น ท่านจะเห็นคำว่า Opticard อยู่ทางด้านขวาของท่าน
- ทำการสแกน กุญแจอ็อพติการ์ด (Opticard Key) ซึ่งอยู่ทางมุมซ้ายของอ็อพติการ์ด โดยทำการช้าๆ จากซ้ายไปขวา หรือจากขวาไปซ้าย เพื่อเปิดใช้งาน เมื่ออ็อพติการ์ดทำงานแล้ว แสงสีแดงที่ปลายปากกาจะกะพริบถี่ขึ้นกว่าเดิม หลังจากนั้น ให้ท่านสัมผัสแถบรหัส (Bar code) ที่ตัวอักษรที่ท่านต้องการ ด้วยปากกาอย่างเบามือ แล้วตัวอักษรจะปรากฏที่หน้าจอ ให้ท่านปฏิบัติดังนี้จนได้คำศัพท์ที่ต้องการสแกน เมื่อท่านต้องการเลิกใช้งาน ให้ท่านสแกนที่แถบรหัสอ็อพติการ์ดอีกครั้ง กระทั่งแสงสีแดงเปลี่ยนเป็นกะพริบแบบปกติ
- หลังจากป้อนข้อมูลเสร็จแล้ว ใช้ลูกศรเลื่อนลงไปที่ GO แล้วกด ENT เพื่อดูความหมายของข้อมูลคำศัพท์ที่ป้อนเข้าไป
วิธีการป้อนตัวอักษรรูปแบบต่างๆ ด้วยสามารถปฏิบัติได้ดังนี้:
- การป้อนตัวอักษรแบบตัวพิมพ์เล็ก (a b c
. ) ให้ท่านใช้ปากกาสแกนที่แป้นของตัวอักษรนั้นๆ แล้วตัวอักษรจะปรากฏที่หน้าจอ
- การป้อนตัวอักษรแบบตัวพิมพ์ใหญ่ (A B C
. ) ให้ท่านใช้ปากกาสแกนที่แป้น Shift ก่อน แล้วจึงสแกนที่แป้นของตัวอักษรนั้นๆ
- การตั้งค่าเพื่อล็อคการป้อนตัวอักษรแบบตัวพิมพ์ใหญ่อย่างต่อเนื่อง ให้ท่านใช้ปากกาสแกนที่แป้น Shift 2 ครั้ง ก่อนสแกนที่แป้นตัวอักษร เมื่อท่านต้องการปลดล็อค ให้ท่านสแกนที่แป้น Shift 2 ครั้ง เช่นกัน
- การป้อนตัวอักษรที่ถูกกำหนดไว้โดยเฉพาะ (Controlled Character) ซึ่งอยู่ทางด้านบนขวาของแถบรหัส ให้ท่านใช้ปากกาสแกนที่แป้น Ctrl ก่อน แล้วจึงสแกนที่แป้นของตัวอักษรนั้นๆ
- การป้อนตัวอักษรที่ถูกกำหนดไว้โดยเฉพาะ (Controlled Character) ให้ออกมาในรูปแบบตัวพิมพ์ใหญ่ ให้ท่านใช้ปากกาสแกนที่แป้น
Ctrl แล้วตามด้วย Shift หรือ Shift แล้วตามด้วย Ctrlก่อน แล้วจึง
สแกนที่แป้นของตัวอักษรนั้นๆ
- การเว้นวรรค ให้ท่านสแกนที่แป้น Space แล้วจึงสแกนตัวอักษรต่อ
- การลบตัวอักษรที่สแกนไปก่อนหน้า ให้ท่านสแกนที่แป้น Shift แล้วตามด้วยแป้น Delete
- เมื่อท่านต้องการออกจากการใช้งานอ็อพติการ์ด ท่านเพียงแต่สแกนที่คำว่า Opticard ท่านก็สามารถใช้งานปากกาสแกนเอกสารได้ตามต้องการ ซึ่งหมายความว่าท่านได้กลับสู่โหมดการแก้ไข Edit Mode อีกครั้ง
-
เราใช้งาน โหมดการแก้ไข (Edit Mode) ในการแก้ไขสิ่งใด?
คำตอบ: โหมดการแก้ไข นั้น มีไว้เพื่อใช้แก้ไขข้อมูลที่ท่านได้ป้อนเข้าไปแล้ว เช่น เมื่อเราใช้งานอ็อพติการ์ด หรือ แผงตัวอักษร ในการป้อนข้อมูล
-
แผงตัวอักษร (Character Bar) มีประโยชน์ในแง่ใด และใช้งานอย่างไร?
คำตอบ: แผงตัวอักษร จะช่วยให้เราแก้ไขข้อมูลที่ได้ป้อนเข้าไปแล้วได้ ไม่ว่าจะเป็นการแทรกตัวอักษร หรือการเปลี่ยนตัวอักษรก็ตาม โดยเข้าใช้ได้จาก โหมดการแก้ไข
วิธีการใช้ แผงตัวอักษร ให้ท่านเลื่อนลงมายังตำแหน่งที่ท่านต้องการจะทำการแก้ไข หรือเข้าไปใช้ที่ทางเลือก แผงตัวอักษร ด้วยวิธีต่อไปนี้
สำหรับผู้ใช้ Quicktionary II/ Reading Pen
- เข้าไปที่โหมดการแก้ไข (Edit Mode) เพื่อเลือกใช้ Character Bar
- กดปุ่ม ENT จากหน้าจอที่เตรียมพร้อมสแกน Scan in [language]
เส้นสีดำจะหายไป และมีตัวชี้ตำแหน่งกะพริบขึ้นมาแทนที่ กดปุ่ม ENT อีกครั้ง
คำถามเกี่ยวกับการแก้ปัญหาต่างๆ (Troubleshooting)
-
เพราะเหตุใดคำว่า ค้นไม่พบคำศัพท์ (Word Not Found) จึงปรากฏบนหน้าจอและมีวิธีแก้ไขอย่างไร?
คำตอบ: การที่คำว่า ค้นไม่พบคำศัพท์ (Word Not Found) ปรากฏบนขึ้นบนหน้าจอนั้น มีสาเหตุมาจาก 3 ประการต่อไปนี้
1) สาเหตุ: วิธีการในการสแกนคำศัพท์ไม่ถูกต้อง
วิธีแก้ไข: กดปุ่ม ENT แล้วสแกนคำศัพท์เดิมอีกครั้งหนึ่ง
2) สาเหตุ: ระยะเวลาในการกดปุ่ม ENT ไม่นานพอที่จะทำให้ฟังก์ชั่นทำงาน เมื่อท่านอยู่ที่ฟังก์ชั่น Definition
วิธีแก้ไข: กด ENT เพื่อกลับไปสู่ฟังก์ชั่น Definition แล้วกดปุ่ม ENT ค้างไว้ประมาณ 2-3 วินาที คำศัพท์จะถูกขีดด้วยแถบสีดำ พร้อมทั้งเครื่องจะอ่านออกเสียงคำศัพท์นั้นๆ ให้ฟังด้วย
3) สาเหตุ: การสแกนคำศัพท์ที่เป็นชื่อเฉพาะ ปากกาจะใช้เวลาสักครู่เพื่อทำการค้นหาคำศัพท์ในพจนานุกรม และแม้ว่าปากกาจะไม่สามารถหาคำแปลของคำศัพท์นั้นๆ ได้ แต่ปากกาก็จะทำการอ่านออกเสียงคำอ่านของคำศัพท์นั้นให้ท่านฟัง
วิธีแก้ไข: กดลูกศรทางซ้าย (ชี้ไปทางปุ่มเปิด/ ปิด เครื่อง) เพื่อฟังเสียงคำอ่านของคำศัพท์นั้นๆ
-
เมื่อมีข้อความเตือนว่า แสงสว่างมากเกินไป (Excessive Lighting) สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีใด?
คำตอบ: เมื่อมีข้อความดังกล่าวปรากฏขึ้น ให้ท่านเพียงแต่ย้ายปากกาให้ห่างจากที่มาของแสงสว่างนั้นๆ เช่น แสงจากดวงอาทิตย์ หรือ แสงจากหลอดไฟ
-
เมื่อมีข้อความเตือนว่า การสแกนเร็วเกินไป (Scanned too fast) สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีใด?
คำตอบ: เมื่อมีข้อความดังกล่าวปรากฏขึ้น ให้ท่านลดความเร็วในการสแกนให้ช้าลงจากการสแกนในครั้งก่อนหน้า
-
เมื่อมีเสียงเอี๊ยดๆ ดังขึ้นเวลาใช้ลูกกลิ้งในการสแกน จะแก้ไขได้อย่างไร?
คำตอบ: เมื่อท่านได้ยินเสียงเอี๊ยดๆ ดังจากลูกกลิ้งของปากกาแม้เพียง 1 ครั้ง ให้ท่านรีบทำการทดสอบกลิ้งปลายปากกากลับไปมาบนกระดาษ โดยออกแรงกดปลายปากกาเล็กน้อยในระหว่างกลิ้งไปมา หรือใช้ขอบปลายดินสอ ทำการฝนที่ระหว่างลูกกลิ้งและปลายปากกา เนื่องจากผงกราไฟท์จากปลายดินสอจะทำให้แกนล้อลูกกลิ้งลื่นขึ้น
-
เพราะเหตุใดเกือบทุกครั้งที่เสียบหูฟังเข้ากับปากกา ปากกามักจะหยุดทำงานทันที มีวิธีการแก้ไขอย่างไร?
คำตอบ: ปัญหานี้มักจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ใช้เสียบหูฟังไม่ถูกวิธี และไม่เข้าที่ ซึ่งจะทำให้การเชื่อมต่อหยุดลง และส่งผลให้เครื่องหยุดทำงานไปด้วย ดังนั้นการเสียบหูฟังทุกครั้ง ให้ท่านเสียบให้แน่นและเข้าที่ ซึ่งท่านสังเกตได้จากเสียง คลิก ที่จะดังขึ้นเมื่อหูฟังได้รับการเสียบเข้าที่แล้ว
-
เพราะเหตุใดจึงไม่ได้ยินเสียงคำอ่านของคำศัพท์ที่สแกน?
คำตอบ: การฟังเสียงคำอ่านของคำศัพท์นั้น จะฟังได้เฉพาะคำศัพท์ในพจนานุกรมที่มีแหล่งที่มาจากภาษาอังกฤษ เท่านั้น
- ให้ท่านตรวจสอบว่ามีพจนานุกรมฉบับใดในปากกาของท่านบ้าง โดยกดปุ่ม ESC จากหน้าจอสำหรับป้อนข้อมูล แล้วไปที่เมนู Quicktionary เพื่อเลือก Dictionary ให้ท่าน กดปุ่ม ENT แล้วเลื่อนลูกศรลงมาที่ Select Dictionary กดปุ่ม ENT อีกครั้ง ถ้าแหล่งที่มาของพจนานุกรมไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ท่านก็จะไม่สามารถฟังเสียงคำอ่านของคำศัพท์ได้
- ตรวจสอบระดับความดังของเสียงที่ตั้งไว้ว่าดังพอหรือไม่ ท่านสามารถเข้าไปที่เมนูหลัก แล้วเลือก Preferences กดปุ่ม ENT เพื่อปรับระดับความดังของเสียงตามต้องการ
ในกรณีที่ท่านใช้หูฟัง ให้ท่านตรวจสอบดูว่าท่านเสียบหูฟังเข้ากับปากกาแน่นดีหรือไม่ ด้วยวิธีการที่ได้กล่าวไปข้างต้น
|